Translate

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กำลังใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กำลังใจ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2558

ตอนที่ 108 : นิสัยกำหนดชะตากรรม

ตอนที่ 108 : นิสัยกำหนดชะตากรรม...
เมื่อคืนได้นั่งคุยกับภรรยา ก็ตระหนักว่าตอนนี้ผมมีการพัฒนาที่ช้าสลับหยุดนิ่งมาก รวมถึงระบบความคิดต่างๆ ที่เริ่มติดตัน และอนุรักษ์นิยม ตัวชี้วัดที่เป็นหลักฐานชัดก็คือ รายรับรวมและสินทรัพย์ที่ผมหาได้ น้อยกว่าภรรยาไปเสียครึ่งแล้ว ด้วยฐานเวลาทำงานที่เท่ากัน และความสุขที่ภรรยาผมมีมากกว่าในงานที่ทำ...
ลิงค์ที่แชร์นี้บอกเกี่ยวกับคนรวยยุคใหม่ไว้อย่างน่าสนใจ แนวโน้มของเด็กๆ รอบตัวเริ่มเป็นอย่างนั้นอย่างเห็นได้ชัด
อิสระภาพทางการเงิน จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีอิสระภาพทางความคิดเสียก่อน เพราะความคิด กำหนดการกระทำ การกระทำ กำหนดความประพฤติ ความประพฤติกำหนดนิสัย และสุดท้าย ...นิสัยกำหนดชะตากรรม (หลวงพ่อชา กล่าวไว้)
คนรวยสมัยใหม่ไม่ต้องการร้อยล้าน พันล้าน ไม่ต้องการอาณาจักรธุรกิจใหญ่โต แค่ไม่เดือนร้อนเงินทอง และมีอิสระ ก็เพียงพอแล้ว...

อานุภาพของการ "กล่อม"

อานุภาพของการ "กล่อม"

- ถ้ากัดฟันทำอยู่หนึ่งปีแล้วรายได้คุณยังไม่เพิ่มขึ้น แสดงว่าคุณยังไม่พัฒนา ควรละอายแก่ใจ ไปซื้อเต้าหู้ที่ตลาดมาปาใส่หัวตัวเองเพราะคุณสมควรโดนแบบนั้นจริงๆ
- ถ้ารายได้คุณเพิ่มขึ้นมา คุณก็ยังต้องทำงานหนักอยู่ดี และพยายามหางานนอกเวลา ถ้าเป็นงานขายจะดีมาก เพราะการขายทำให้คุณเรียนรู้ได้เร็วที่สุดในการเป็นผู้ประกอบการ
- ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จต้องเป็นนักขายเสมอ ต้องขายความฝันและวิสัยทัศน์ตัวเองได้ คุณจะพบผู้คนมากมายที่จะเป็นประโยชน์กับคุณภายหลัง คุณจะเข้าใจด้วยว่าอะไรขายได้ อะไรขายไม่ได้ ความสามารถในการเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้งจะเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับธุรกิจและการมองเห็นสินค้าตัวเด็ดในอนาคต
cr. ลี กาชิง (Li Ka-shing)

ทักษะอย่างหนึ่งที่สำคัญในการใช้ชีวิต คือการ "กล่อมผู้อื่น" การกล่อมคนทำให้เรารอดพ้นอันตรายเฉพาะหน้า ทำให้เราอยู่ร่วมกับสังคมได้ดีขึ้น และอาจจะทำให้เรา ...รวยขึ้น

พลังแห่งการ ตีตรา (labelling) มีอยู่จริง

..พลังแห่งการ ตีตรา (labelling) มีอยู่จริง
เพราะอย่างนั้น มันจึงมีทางเลือก 2 ทางที่มนุษย์อย่างคุณๆ หรือผม จะทำได้ ...ข้อ 1 ...ขวนขวายหาตรามาตีติดตัวเราให้เยอะๆ เพราะมันคือ เหยื่อล่ออันโอชะของโอกาส ถ้าเปรียบโอกาสเป็นฉลาม ตราก็คือเลือดสดๆ คาวๆ นี่เอง ...ข้อ 2 ...ฉีกตราที่คนอื่น หรือตัวเราตีติดตัวเราออกซะ แล้วออกเดินทางออกไปแสวงโอกาสเอง ข้อนี้ทำยากเอาการ เพราะถ้าจะทำได้ เราเองก็ต้องไม่มอง "ตรา" ที่เราตีติดตัวชาวบ้านด้วยเช่นกัน...

วันนี้คุณตีตราให้ลูกคุณแล้วหรือยัง ลูกน้องคุณล่ะตีตราเขาว่ายังไง แล้วคนใกล้ชิดล่ะ

...ที่สำคัญอย่างลืมตรวจสอบ "ตรา" ที่คนอื่นตีให้กับคุณด้วย ว่ามันยังดูดีหรือเปล่า ยังสดๆ คาวๆ พอที่จะให้โอกาสดมกลิ่นตามเจอได้อยู่มั้ย

...ถ้าไม่ได้ ไม่ดี หรือกลิ่นยังแรงไม่พอ แนะนำให้ฉีกบางตราออก แล้วตีตราใหม่เข้าไป 

...ผมเองก็พยายามอยู่เหมือนกัน

วันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มนุษย์...ผู้เกิดมาเพื่อขีด checklist ของพระเจ้าไปทีละข้อ จนกว่าจะตาย...


เขียนหัวเรื่องเหมือนจะใหญ่โต แต่จริงๆ เป็นเรื่องของมุมมองเล็กๆ ที่ผมได้พบเจอ หลังจากผ่านการทำบททดสอบของโรคซึมเศร้า และมีคะแนนความน่าจะเป็นโรคนี้สูงระดับวิกฤตทีเดียว

ช่วงเวลานี้ของครอบครัวและเครือญาติเป็นช่วงเวลาของความหดหู่ เพราะการจากไปกะทันหันของน้าชาย ญาติๆ มารวมตัวกันเพื่อจัดงานศพ ส่วนของบ้านผมมีน้าสาวมาพักอยู่ด้วย เพื่อไปงานพร้อมกับแม่



บ้านผมเป็นหมู่บ้านค่อนข้างใหญ่ ห่างจากถนนทางเข้าเยอะทีเดียว การจะออกไปถ้าไม่อยากลำบากเท่าไรก็จะรบกวน รปภ. หน้าหมู่บ้านให้เรียก taxi  ให้

การไปงานศพของน้าสาวและแม่ก็เช่นกัน หลังเตรียมตัวเสร็จสรรพ แม่ก็ให้ผมยกหูเรียก taxi กับ รปภ. กดเบอร์ได้ไม่นาน น้าสาวก็สำทับขึ้นมาว่า

"ขอ taxi ที่ดูใหม่ๆ คนขับดูไว้ใจได้หน่อยนะ"

...ถือเป็นการตั้ง requirement ที่ค่อนข้างเกินเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ ...เพราะมันเป็นเรื่องยาก ที่จะไปบอกให้ รปภ. ขวนขวายหา taxi ที่ถูกต้อง ตรงตาม spec แบบนั้น ไม่แน่ถ้าต้องการแบบนั้นอาจจะต้องคอยกันเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว

"ไม่ได้หรอกครับ ของอย่างนี้มันขึ้นอยู่กับดวงอ่ะ น้า คันไหนมา เขาก็ต้องเรียกเข้ามานั่นแหละ" ผมบอกออกไปแบบนั้น และคิดแบบนั้นจริงๆ แต่ประเด็นคือ ผมคิดแบบนั้นในทุกๆ วัน ทุกๆ ครั้งที่เรียก taxi ไม่เห็นทางไหนเลยที่จะออกนอกกรอบของดวงชะตาไปได้ เพราะว่าเรากำหนดไม่ได้ไงล่ะ...

น้าสาวก็พยักหน้าหงึกหงัก ไม่ว่ากระไร

...วันต่อมา น้าสาวกับแม่ต้องไปงานศพอีก ซึ่งผมก็รู้หน้าที่ของตัวเองดี พอใกล้เวลา ผมก็จัดแจงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรเรียก taxi แต่เผอิญหูได้ยินเสียงน้าสาว โทรคุยกับปลายสาย

"ค่ะ อันนี้พี่ที่นัดน้อง taxi ไว้นะคะ วันนี้มารับตามที่นัดได้ใช่มั้ย ...ห๊า! จะถึงแล้วเหรอ..." เสร็จแล้วน้าแกก็รีบวิ่งไปอาบน้ำแต่งตัว

ผมรู้ตัวแล้วว่าไม่ต้องเรียก taxi แล้ว ก็เลยสอบถามจากแม่ ได้ความว่า เมื่อวานพวกแม่เจอ taxi ที่ ...รถใหม่ ขับดี และคนขับดูน่าไว้ใจ... ก็เลยนัดหมายกันไว้ ว่าจนถึงวันสุดท้ายที่ต้องไปงานศพ ให้ taxi คันนี้มารับ มาส่งที่บ้านตามเวลาเลย

...

...เขียนมายืดยาว จริงๆ ก็เป็นการ refresh ความฝืดของการเขียนนิยายตัวเองไปด้วยในตัว แต่ประเด็นของเรื่องนี้ อยู่ที่หัวข้อที่ผมตั้ง มันไม่เกี่ยวกับว่า ผมมองโลกในแง่ร้ายขนาดไหน หลังจากที่แม่และน้าสาว ขึ้นรถ taxi ไป ผมก็นึกย้อนไปถึงคำพูดของผมที่ว่า ...เลือกไม่ได้หรอก มันแล้วแต่ดวง...

...น้ำตาผมจะไหล ผมคิดผิดไป

ผมนึกวาบถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก็เลยเปิดคอม เขียนบทความนี้ บทความเพื่อตอบคำถามว่า ...มนุษย์เกิดมาทำไม?

อุปมาโดยนัย ผมมโนเอาเองว่า จักรวาลนี้ได้ตระเตรียม "รายการข้อจำกัด" อันยาวเหยียดของสิ่งมีชีวิตไว้ มีทั้งรูปแบบข้อจำกัดแบบหมู่มาก หมู่น้อย และข้อจำกัดแบบเฉพาะตัว เฉพาะอย่าง โดยทั่วไปสัตว์น้อยใหญ่ถูกข้อจำกัดนี้ครอบงำและกำกับชีวิตอยู่ ความท้าทายของการใช้ชีวิตก็คือการทำลายซึ่งข้อจำกัดอันนั้น ...ตั้งแต่เกิด จน...ตาย



...คุณเกิดมาพร้อมกับสมอง เพื่อเปลี่ยนคำว่า "ทำไม่ได้" ให้เป็น "ทำได้" โดยคิดค้นกระบวนการ "ทำยังไงถึงจะได้" ขึ้นมา

แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการได้รถ taxi ที่ถูกใจตัวเอง จักรวาลก็ไม่ละเว้นที่จะสร้างข้อจำกัดขึ้นมาให้เกิดขึ้นในรูปแบบเฉพาะตัว checklist การเรียก taxi ของผมยังไม่ถูกขีดฆ่า...

...แต่สำหรับ checklist ของน้าสาวผม เธอได้ขีดฆ่ารายการนั้นไปเรียบร้อยแล้วหนึ่งข้อในชีวิต

ทั้งหมดอยู่ที่ตัวคุณ ที่จะมอง checklist อันนี้ แล้วพยายามขีดฆ่ามัน หรือข้ามมันไป ปล่อยให้เป็นข้อจำกัดในชีวิตอยู่ต่อไป

...ก็เท่านั้นเอง... 


วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ไม่มีสิ่งใดที่สามารถหยุดอยู่กับที่ได้...



ไม่มีสิ่งใดที่สามารถหยุดอยู่กับที่ได้... 


เข็มนาฬิกาทั่วไปมีสามเข็ม เข็มวินาที(เดินเร็ว) เข็มนาที(เดินปานกลาง) เข็มสั้น(เดินช้า) ช่วงชีวิตไหนจะเลือกเดินตามเข็มแบบไหน ขึ้นอยู่กับตัวเองจะพิจารณาถึงความเหมาะสม โอกาส จังหวะ สิ่งแวดล้อม ดวง กำลังกาย ปัญญา...

แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุดคือ หยุดไม่ได้ จะอยู่เฉยๆ ไม่ได้ จะใช้วันเวลาให้ผ่านไปโดยไม่พัฒนาตัวเอง แม้เพียงสักเล็กน้อย ไม่ว่าจะด้านใด ไม่ได้เด็ดขาด จะหยุดเรียนรู้โลก และสิ่งที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา...ไม่ได้

เส้นกราฟการพัฒนาจะค่อยๆ ลาดไปบรรจบกับศูนย์ เมื่อกายกำลังจะแตกดับลง...
ฉันใดก็ฉันนั้น คนที่หยุดการพัฒนา ปฏิเสธการพัฒนา เปลี่ยนแปลง คือ คนที่ค่อยๆ ทำตัวเองให้ตายลงอย่างช้าๆ